ไม่ว่าจะเป็นการหางานใหม่ หรือเพิ่งจะหางานแรกหลังเรียนจบ การสัมภาษณ์งานถือว่าเป็นด่านแรกที่ผู้สมัครงานจะต้องพบเจอ และถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำให้เห็นว่าตนเองนั้นเหมาะสมที่สุดกับงานที่ต้องการ ก่อนที่องค์กรจะตัดสินว่า เรานั้นเหมาะกับการเป็นหนึ่งในพนักงานของบริษัทนั้นๆ หรือไม่

แม้ว่าองค์กรจะต่างกัน แต่คำถามในการสัมภาษณ์งานที่ผู้สัมภาษณ์จะถามก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง อาจมีความแตกต่างบ้างเล็กๆ น้อยๆ 25 คำถามเหล่านี้ถือว่าเป็นแนวทางให้ผู้ที่ต้องการจะหางานได้ลองศึกษาแนวทางเอาไว้บ้าง เผื่อว่าผู้สัมภาษณ์จะถาม อย่างน้อยๆ เตรียมตัวมากกว่า ก็ได้เปรียบมากกว่า

ก่อนอื่น แนะนำตัวคุณให้เราฟังหน่อย?

DO > เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวคร่าวๆ เช่น ชื่อ-สกุล อายุ เรียนจบจากที่ไหน ประวัติการทำงาน และเริ่มเล่าประสบการณ์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือมีผลต่อการสมัครงาน เช่น กิจกรรมระหว่างเรียน หรือผลงานที่เคยทำในบริษัทเดิม

DON’T > เล่าเรื่องข้อมูลส่วนตัวเยิ่นเย้อเรื่อยเปื่อย ไม่โชว์จุดเด่นของตัวเอง แถมยังไม่เกี่ยวข้องกับงานอีกต่างหาก

ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า/ที่ทำงานเก่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?

DO > ตอบความจริงแบบกระชับ แต่ไม่จำเป็นต้องตอบทั้งหมดถ้าความจริงมันเลวร้าย

DON’T > นินทาว่าร้าย วิจารณ์บริษัทเก่า เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน คนสัมภาษณ์จะรู้สึกทันทีว่า ถ้าลาออกจากบริษัทนี้ไปสงสัยคงจะโดนนินทาอีกนั่นแหละ และอาจถูกตรวจสอบจากข้อมูลที่เขียนในใบสมัครอีกด้วย

กิจกรรมอะไรบ้างที่คุณทำตอนเรียน?

DO > โชว์ผลงานที่มีทั้งในและนอกพอร์ตโฟลิโอ ทั้งงานส่งอาจารย์ งานฟรีแลนซ์ งานการกุศล งานช่วยเพื่อน ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ต้องการสมัคร เล่าคร่าวๆ ว่ามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง ได้เรียนรู้ทักษะอะไรจากกิจกรรมที่ทำบ้าง

DON’T > อย่าเผลอไปบอกว่าไม่มีผลงานอะไรเลย

ทำไมคุณจึงไม่ทำผลการเรียนให้ดีกว่านี้?

DO > เล่าไปว่าทำกิจกรรมอะไรบ้างตอนเรียน เล่าอุปสรรคในการเรียนตามความจริง แต่ไม่ดราม่าจนเกินเหตุ

DON’T > เก็บความขี้เกียจสมัยเรียนเอาไว้บ้างก็ได้ ไม่ต้องเล่าทั้งหมด

ข้อดี ข้อเสีย/จุดเด่น จุดด้อยของคุณมีอะไรบ้าง?

DO > เล่าอย่างตรงไปตรงมาในแบบที่ไม่โกหกตัวเอง ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้แค่อยากจะรู้ว่าผู้ให้สัมภาษณ์มีข้อดีข้อเสียอะไร แต่กำลังจะดูวิธีการสังเกตและการประเมินตัวเองของผู้ให้สัมภาษณ์ด้วย

DON’T > ไม่เห็นข้อเสีย/จุดด้อยวันนี้ ทำงานร่วมกันไปซักพักเดี๋ยวก็เห็นเอง เพราะฉะนั้นอย่าโกหก!

ทำไมเราต้องรับคุณเข้าทำงาน/ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่?

DO > ตอบแบบให้เห็นว่ามีการศึกษาข้อมูลของบริษัทมาแล้วอย่างดี เน้นคุณสมบัติ ย้ำจุดเด่นชัดๆ เสริมด้วยความตั้งใจ

DON’T > “ที่ทำเพราะว่าน่าจะให้เงินดี” “ลองสมัครดูเฉยๆ เผื่อฟลุก” หรือ “ดิฉันคิดว่าดิฉันดีกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ”

ทำไมคุณถึงว่างงานเป็นเวลานาน?

DO > เลี่ยงประเด็นด้วยการเล่าถึงกิจกรรมที่ทำในช่วงเวลาว่างงาน เช่น เพิ่มทักษะด้านต่างๆ ทำฟรีแลนซ์ ฯลฯ

DON’T > ตอบว่า “ไม่ได้ทำอะไรเลย”

คุณทำงานเป็นทีมได้หรือเปล่า?

DO > ข้อนี้บังคับให้ตอบว่า “ได้” เท่านั้น อาจเสริมด้วยการเล่าประสบการณ์การทำงานกลุ่มสมัยเรียน

DON’T > ไม่มีงานไหนที่ไม่ต้องทำงานร่วมกับคน แม้แต่งานฟรีแลนซ์ ฉะนั้นลืมคำว่า “ทำงานเป็นทีมไม่ได้” ไปเลย

คุณใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์อะไรได้บ้าง?

DO > เล่าไปตามความเป็นจริง เน้นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องและน่าจะได้ใช้ในสายงานเป็นหลัก

DON’T > “ไม่เคยใช้เลย ดิฉันว่ามันยาก ไม่ถนัด”

อะไรสำคัญกว่า งานหรือเงิน?

DO > ตอบไปว่าทั้งสองอย่างสำคัญพอๆกัน เงินก็ต้องใช้ ความสุขและความพอใจในการทำงานก็สำคัญ

DON’T > ถ้าตอบว่างานก็ดูสร้างภาพ แต่ถ้าจะตอบว่าเงินก็ดูจริงใจไปหน่อย

เพื่อนร่วมงานประเภทไหนที่คุณคิดว่าไม่สามารถทำงานร่วมกันได้?

DO > แม้จะรู้ตัวดีว่าเกลียดเพื่อนร่วมงานแบบไหน แต่ก็ต้องกลั้นใจตอบไปว่า สามารถร่วมงานได้กับคนทุกรูปแบบ

DON’T > “ดิฉันไม่ชอบคนที่ทำงานเอาหน้า กับคนมาสายกลับก่อนค่ะ”

คุณเคยทำอะไรแล้วล้มเหลวหรือไม่ ถ้าเคย คุณจัดการอย่างไร?

DO > ลองเล่าประสบการณ์ความล้มเหลว จะตอนเรียนหรือตอนทำงานที่เก่าก็ได้ แต่ต้องเสริมไปด้วยว่า แก้ปัญหาอย่างไร และจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดความล้มเหลวซ้ำอีก

DON’T > พูดพาดพิงคนในบริษัทเก่า โทษคนอื่น (แต่ไม่โทษตัวเอง) หรือตอบไปว่า “ทั้งชีวิตยังไม่เคยล้มเหลวมาก่อน”

คุณจะชดเชยความอ่อนประสบการณ์ของคุณด้วยอะไร?

DO > เล่าถึงความสามารถและความสำเร็จที่ได้มาตั้งแต่ตอนเรียนหรือตอนทำงานใหม่ๆ เพื่อให้บริษัทรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น

DON’T > “ถึงไม่มีประสบการณ์แต่น่าจะทำได้ดีกว่าคนอื่นค่ะ”

ชีวิตในวัยเด็ก/วัยเรียน/ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร?

DO > เล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับชีวิตและความชอบ/ความใฝ่ฝันที่จะทำงานในสายงานที่อยากทำมาทั้งชีวิต

DON’T > เล่าเรื่องไร้สาระที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายงานที่จะทำ

ทำไมถึงไม่ได้ฝึกงาน?

DO > แม้บางบริษัทจะไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แต่แนะนำให้ตอบไปว่า “ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้บังคับเรื่องการฝึกงาน”

DON’T > “ไม่ทราบค่ะ”

คุณวางแผนอนาคตไว้ในอีก 5 ปีอย่างไรบ้าง/มีเป้าหมายชีวิตอย่างไร?

DO > ข้อนี้สามารถตอบได้อย่างอิสระ แต่ต้องระวัง เพราะคำถามนี้สามารถบ่งบอกได้ถึงความต้องการ การวางแผนอนาคต การพัฒนาตนเอง ว่าจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายมากกว่างานหลักหรือไม่ รวมถึงยังบอกได้ว่าจะทำงานในบริษัทได้อีกนานเท่าไหร่ แต่ถ้าเป้าหมายเป็นการศึกษา หรือพัฒนาทักษะความสามารถในเวลาว่าง ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

DON’T > เป้าหมายประเภท “หวังจะได้เลื่อนตำแหน่ง จะได้เงินเดือนเยอะๆ” เก็บไว้ในใจก็พอ

ตามความเข้าใจของคุณ คุณคิดว่าตำแหน่งที่คุณทำนั้นต้องทำอะไรบ้าง?

DO > ศึกษาข้อมูลของบริษัทมาก่อน แล้วตอบคำถามให้กระชับ แต่ถ้าอันไหนไม่รู้ก็สามารถถามผู้สัมภาษณ์ได้ เช่น รู้เกี่ยวกับตำแหน่งงาน แต่ไม่รู้เกี่ยวกับการตลาด อยากให้ช่วยอธิบายให้เข้าใจในเบื้องต้น

DON’T > ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ตอบแบบมั่วๆ เผื่อจะถูก (ซึ่งมันจะไปถูกได้อย่างไร)

เป้าหมายของคุณที่มีต่ออาชีพนี้คืออะไร?

DO > ลองคิดเป้าหมายระยะสั้น 1-2 ปีว่ามีเป้าหมายอะไรในอาชีพบ้าง เช่น เรียนรู้งานให้มากที่สุด ต้องการเป็นมืออาชีพในสายงาน แต่ต้องคิดถึงความเป็นจริงและความเป็นไปได้ด้วย

DON’T > ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะไม่มีเป้าหมาย ทำงานให้เสร็จๆ ไปก็พอ

คุณคิดว่าจะทำงานนี้ไปอีกนานเท่าไหร่?

DO > แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า แม้ว่ามีแพลนจะลาออกเนื่องจากว่าต้องไปเรียนต่อ หรือภารกิจอื่นใด แต่ในระยะที่ทำงานในบริษัท ก็จะสนใจในการงานของบริษัทเป็นอันดับต้นๆ หรือถ้ายังไม่มี อาจบอกให้ดูสวยๆ ว่า “ก็กำลังคิดๆ อยู่”

DON’T > “คิดว่าไม่น่าเกินหนึ่งปี”

ชอบทำอะไรเป็นงานอดิเรก/ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูรายการทีวีแบบไหน?

DO > โชว์งานอดิเรกและสิ่งที่สนใจได้เต็มที่ เพราะการให้เหตุผลว่าทำไมถึงชอบนั้นเป็นการเช็คว่าสามารถนำเสนอได้น่าสนใจด้วยหรือไม่ อาจจะลองลิสต์คร่าวๆ ว่าชอบอะไร สนใจอะไรบ้าง เวลาตอบจะได้ไม่ต้องนึกนาน

DON’T > “ไม่ได้ทำอะไร/ไม่มี/ไม่ชอบอะไรเลยค่ะ”

สมัครงานไว้กี่แห่ง ถ้าบริษัทอื่นรับเข้าไปทำงานก่อน หรือให้เงินเดือนมากกว่าที่นี่ คุณจะทำอย่างไร?

DO > ถ้าไม่มีก็บอกไม่มี แต่ถ้าสมัครที่อื่นไว้ ก็ตอบไปตามความเป็นจริง แต่ให้ความหวังกับบริษัทไว้บ้างก็ได้ว่า ถ้ารับเข้าทำงาน ก็จะมาทำแน่นอน

DON’T > “ก็แล้วแต่ ถ้าที่ไหนให้เงินเดือนเยอะกว่าก็ไปที่นั่น” หรือ “ลองสมัครที่นี่เป็นตัวเลือกเฉยๆ”

คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่?

DO > ก่อนวันสัมภาษณ์ ลองหาข้อมูลว่า ในสายงานเดียวกัน คนอื่นน่าจะได้เงินเดือนประมาณเท่าไหร่ ในสายงานนั้นมีศักยภาพในการเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน และตลาดแรงงานมีความต้องการมากน้อยเพียงใด ลองประมาณเป็นตัวเลขกว้างๆ หรืออาจขอเวลาพิจารณาสัก 1-2 วัน แล้วค่อยให้คำตอบ ซึ่งถ้าเรียกมากไป ก็อาจถูกมองว่าประเมินตัวเองสูงเกินไป แต่ถ้าเรียกน้อยไป อาจถูกมองว่า “ประเมินตัวเองไว้ต่ำๆแบบนี้ ความสามารถไม่ถึงแน่ๆ”

DON’T > “ที่ทำงานเก่าเคยให้สามหมื่น พอมาที่นี่เลยอยากได้สี่หมื่นค่ะ”

คุณรู้อะไรเกี่ยวกับงานนี้บ้าง/คุณเคยเห็นผลงานของเราบ้างหรือไม่?

DO > ก่อนถึงวันสัมภาษณ์ บังคับว่า ลองเข้าเว็บไซต์ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรนั้นๆ ให้ได้มากที่สุด เช่น ประวัติองค์กร ผู้ก่อตั้ง ผลงานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แนวคิดและวิสัยทัศน์ ยิ่งถ้าติดตามหรือเป็นแฟนคลับขององค์กรนั้นๆ ยิ่งได้เปรียบ

DON’T > “ที่นี่เค้าทำอะไรมาบ้าง อยากรู้”

พูดถึงงานในฝันหน่อยสิ?

DO > ตอบแบบกลางๆ ไว้ก่อนว่า “อยากทำงานในบรรยากาศที่เป็นกันเอง และทำในสิ่งที่ชอบ”

DON’T > บอกชัดๆ ว่าอยากทำตำแหน่งอะไร ต้องทำอะไรบ้าง (พอตอบเสร็จ คนสัมภาษณ์ก็เริ่มสแกนว่าคนๆ นี้เหมาะกับตำแหน่งในฝันจริงๆ หรือเปล่าโดยทันที)

มีอะไรจะถามอีกไหม?

DO > คำถามที่ดูเหมือนจะง่าย แต่กลับตอบยากที่สุด เพราะดูเหมือนจะเป็นการให้โอกาสผู้สัมภาษณ์ได้ถามกลับบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ผู้ให้สัมภาษณ์อยากจะเห็นผู้สัมภาษณ์ได้แสดงความกระตือรือร้นที่อยากจะได้งาน และความใส่ใจต่องานที่ต้องการจะทำต่างหาก เพราะฉะนั้น ลองถามกลับซัก 2-3 คำถามก็ถือว่าไม่น่าเกลียด ยกตัวอย่างเช่น

  • ใช้ระยะเวลาในการคัดเลือกนานเท่าไหร่ และใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือก
  • จะรับตำแหน่งนี้เพื่อไปทำงานอะไร รับผิดชอบอะไรบ้าง
  • บริษัทนี้มีสไตล์การบริหารจัดการ/วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน
  • งานนี้มีโอกาสในการเติบโตและก้าวหน้าอย่างไรบ้าง

DON’T > “ไม่มีคำถามแล้ว” คนสัมภาษณ์อาจตีความว่าดูเป็นคนไม่ใส่ใจ ไม่อยากรู้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับงานมากกว่านี้แล้วก็เป็นได้


เผยแพร่ครั้งแรก
kullastreemag.com